ค้นหา

ต้อกระจก สาเหตุ และการรักษา โรคต้อกระจก

ต้อกระจก สาเหตุ และการรักษา โรคต้อกระจก

ดวงตา

ดวงตา เป็นองค์ประกอบส่วนหนึ่งที่สำคัญยิ่งของร่างกายมนุษย์ ดวงตา เปรียบเสมือนหน้าต่างของหัวใจ และการมองเห็นที่ดี เป็นสิ่งสำคัญของชีวิต ดังนั้น บริษัท Masterpiece Life Vision จำกัด จึงพัฒนาผลิตภัณฑ์ Lutina ลูตินา ซึ่งเป็นผลิตภัณฑ์ช่วย บำรุงสายตา บนพื้นฐานของหลัก นูทริจีโนมิค เพื่อให้ได้ผลิตภัณฑ์เสริมอาหาร บำรุงสายตา ที่มีส่วนสำคัญของสารอาหารที่ช่วย บำรุงสายตา ด้วยสารสกัด ลูทีน่า ( LUTEINA )จากดอกดาวเรือง ที่อยู่ในฟอร์มของ ลูทีนเอสเทอร์ ที่สามารถดูดซึมและมี ประสิทธิภาพเพื่อให้ร่างกายนำเอาไปใช้ประโยชน์ได้สูงสุด และเพิ่มประสิทธิภาพด้วย ซิงค์ซัลเฟต เกลือของแร่ธาตุสังกะสี ที่ช่วยให้เซลล์จอประสาท ตา ว่องไวต่อการดูดซึมของวิตามินเอ มากยิ่งขึ้น พิสูจน์ประสิทธิภาพของผลิตภัณฑ์ Lutina ลูทิน่า ผลิตภัณฑ์ บำรุงสายตา ด้วยตัวของคุณเอง กับการมองเห็นที่ดีขึ้นได้ ภายใน 8-10 ชั่วโมง

สารเบต้า-แคโรทีน

ลูธินา ผลิตภัณฑ์ บำรุงสายตา เหมาะสำหรับใคร? LUTHINA เหมาะสำหรับบุคคลที่ใช้สายตาอย่างหนักเป็นประจำ ลูธินา ผลิตภัณฑ์ บำรุงสายตา เหมาะสำหรับบุคคลที่ทำงานที่จำเป็นต้องจ้องจอคอมพิวเตอร์เป็นเวลานาน วันละหลายชั่วโมง LUTHINA ผลิตภัณฑ์ บำรุงสายตา เหมาะสำหรับคนขับรถประจำ และขับเป็นระยะทางไกลๆ และนานหลายชั่วโมง ลูทิน่า ผลิตภัณฑ์ บำรุงสายตา เหมาะสำหรับบุคคลที่ใช้สายตาทำงานในที่สว่างจ้า หรือ ทำงานที่มีแสงน้อย LUTHINA ผลิตภัณฑ์ บำรุงสายตา เหมาะสำหรับบุคคลที่มีปัญหาในการมองเห็น ไม่ว่าจะเป็นคน สายตาสั้น หรือ สายตาเอียง ลูธินา ผลิตภัณฑ์ บำรุงสายตา เหมาะสำหรับบุคคลที่ต้องการ บำรุงสายตา เช่น ผู้สูงอายุ ที่สายตาพล่ามัว มีอาการเกี่ยวกับโรคตา ต้อเนื้อ ต้อลม ต้อหิน ตาแห้ง และอาการอื่นๆ เกี่ยวกับ โรคตา LUTHINA ผลิตภัณฑ์ บำรุงสายตา เหมาะสำหรับบุคคลที่ต้องการลดความเมื่อล้าตาของดวงตา ตาอักเสบ บ่อยๆ เนื่องจากใส่คอนแท็กซ์เลนท์ เป็นต้น Lutina ผลิตภัณฑ์ บำรุงสายตา เหมาะสำหรับบุคคลที่ต้องการ ชะลอริ้วรอย รอบดวงตา ถุงน้ำใต้ตา ตาบวม เป็นต้น

สารเบต้า-แคโรทีน เป็นสารอาหารที่ร่างกายเปลี่ยนเป็นวิตามิน เอ ซึ่งช่วยการมองเห็นในที่มืด และยังเป็นสารต้านอนุมูลอิสระ ดังนั้นช่วยป้องกันโรคตา เช่น ต้อกระจก ตาบอดกลางคืน และช่วยทำให้ผิวเยื่อตาชุ่มชื้น ตลอดสารลูทีน และซีแซนทีน เป็นสารแคโรทีนอยด์ชนิดหนึ่ง โดยพบบริเวณจุดรับภาพสำคัญในจอตา โดยทำหน้าที่กรองรังสีจากแสงแดดโดยเฉพาะคลื่นสีน้ำเงิน และยังป้องกันเซลล์จอประสาทตาไม่ให้ถูกทำลายโดยลดอนุมูลอิสระ ซึ่งสารนี้พบมากในผักที่มีสีเหลืองและเขียวเข้ม เช่น ผักกาด คะน้า ปวยเล้ง และร่างกายจำเป็นต้องรับสารลูทีนจากอาหาร ส่วนสารซีแซนทีนนอกจากได้รับจากอาหารแล้วยังได้จากการเปลี่ยนจากสารลูทีน ด้วย ดังนั้น จึงมีการสกัดสารลูทีนจากผักใบเหลืองมาใช้ผลิตอาหารเสริม เพื่อดูแล สุขภาพดวงตา ไบโอเฟลโวนอยด์มีสารต้านอนุมูลอิสระคือสารแอนโธไชยานิติน ซึ่งช่วยป้องกันเลนส์ตา สร้างความแข็งแรงให้กับคอลลาเจน และทำให้การมองในที่แสงสลัวชัดเจนขึ้น พบใน เช่น บลูเบอร์รี่ หรือบิลเบอร์รี่ องุ่นแดง ส้ม และเครนเบอร์รี่ ดังนั้นจึงมีทำทำสกัดสารจากผลบิลเบอร์รี่ เพื่อตอบสนองความต้องการ สุขภาพดวงตา มากขึ้น

         การศึกษา The Age Related Eye Disease Study(AREDS) อาหารที่สามารถป้องกันชะลอการเสื่อมของจอรับภาพ เนื่องจากอายุมาก ประกอบด้วย วิตามิน ซี 500 มก. วิตามิน อี 400 IU, เบต้าแคโรทีน 15 มก. สังกะสี 80 มก. ทองแดง 2 มก. พบว่า ประโยชน์โดยเฉพาะทำให้กลุ่มเสี่ยงต่อการเสื่อมจอตารุนแรงให้ชะลอช้าลง

สลาย ต้อกระจก ต้อกระจก เป็นภาวะการขุ่นมัว ของแก้วตา (เล็นส์ตา)ทำให้ไม่สามารถรวมภาพที่จอประสาทตาได้ การมองเห็นจึงพร่ามัวเหมือนมองผ่านกระจกฝ้า แต่ไม่มีอาการเจ็บป่วยใดๆ ส่วนใหญ่พบในผู้สูงวัย ต้อกระจก เป็นโรคที่เกิดจากเลนส์แก้วตาเสื่อมสภาพจนมีความขุ่นมัวเกิดขึ้น ทำให้บดบังแสงที่จะผ่านเข้าไปในตา แสงจึงส่งผ่านไปยังประสาทตาไม่เต็มที่ ทำให้การมองเห็นไม่ชัดเจนหรือมีอาการตามัวได้ ส่วนใหญ่ โรคตา เกี่ยวกับ ต้อกระจก จะเป็นกันมากที่สุดก็ผู้มีอายุมากหรือผู้สูงวัย นั่นเอง

ปัจจัยส่งเสริมที่ทำให้เกิด โรคต้อกระจก ก่อนวัยอันควร          ผู้ใดที่ต้องการหลีกเลี่ยงการเกิด ต้อกระจก ควรอ่านและศึกษาให้เข้าใจเพื่อลดอัตราเสี่ยงต่อการเกิด โรคต้อกระจก เพื่อสุขภาพของ ดวงตา อันมีค่ามากมายมหาศาลของท่านเอง ซึ่งเราจะกล่าวถึงปัจจัยที่ส่งเสริมที่ทำให้เกิด โรคต้อกระจก มีหลายปัจจัย ดังนี้     - การได้รับแสงอัลตราไวโอเลตเข้าตาเป็นเวลานานๆ     - โรคเกี่ยวกับตา เช่น ม่านตาอักเสบ ตาติดเชื้อ      - โรคประจำตัว เช่น เบาหวาน ความดันโลหิตสูง ต่อมไทรอยด์ผิดปกติ     - การเกิดอุบัติเหตุที่ ดวงตา หรือ ดวงตา ได้รับการกระทบกระเทือนบ่อยๆ     - ความผิดปกติแต่กำเนิด เช่น เด็กแรกเกิดที่มารดาเป็นหัดเยอรมันขณะตั้งครรภ์     - การใช้ยากลุ่มสเตียรอยด์

ต้อกระจก เกิดจากสาเหตุอะไร          สาเหตุหลักที่ทำให้เกิด ต้อกระจก คืออายุที่เพิ่มขึ้น ซึ่งพบว่า ต้อกระจก สามารถเกิดขึ้นได้กับทุกคนไม่ช้าก็เร็ว แต่จะพบมากในผู้สูงอายุ ดังนั้นท่านผู้อ่านท่านใดที่มีอายุมากขึ้น ควรถนอมดวงตาของท่านให้ดีที่สุด

ต้อกระจก เราจะรู้ได้อย่างไรว่าเป็น โรคต้อกระจก มีอาการอย่างไรบ้าง          ท่านผู้อ่านท่านใดอยากรู้ว่าตนเองเป็นโรค ต้อกระจก หรือเปล่า ลองสำรวจตนเองว่ามีอาการแบบนี้บ้างหรือเปล่า - ตามัว หรือ มองเห็นไม่ชัดเจนโดยไม่มีอาการเจ็บปวด โดยเฉพาะเมื่ออยู่ในที่มีแสงสว่างจ้า แต่กลับมองเห็นเกือบปกติในที่มืดสลัว  - มองเห็นภาพซ้อน เกิดจากความขุ่นของเลนส์แก้วตาไม่เท่ากัน การหักเหของแสงไปที่จอประสาทตาจึงไม่รวมเป็นจุดเดียว - มองเห็นแสงไฟกระจาย โดยเฉพาะเวลาขณะขับรถในตอนกลางคืน - เปลี่ยนแว่นตาบ่อย มองเห็นในระยะใกล้ดีขึ้นหรือไม่ต้องใส่แว่นตาในระยะมองใกล้ - เห็นฝ้าขาวบริเวณกลางรูม่านตา          หากท่านใดมีอาการต่างๆ ตามรายละเอียดข้างต้น ควรรีบปรึกษาแพทย์โดยด่วน เพื่อทำการรักษา ต้อกระจก โดยด่วน

ต้อกระจก มีวิธีการรักษาอย่างไรบ้าง          - แพทย์จะเจาะช่องเล็กๆ ที่ขอบตาเพื่อสอดเครื่องมือสลาย ต้อ เข้าไปที่ ต้อกระจก ปล่อยคลื่นอัลตร้าซาวด์สลาย ต้อกระจก จนหมด แล้วดูดออกจากนั้นใส่เลนส์แก้วตาเทียมที่มีอายุการใช้งานตลอดชีพ เข้าไแทนที่ แผลจะเล็กมากจนปิดสมานได้เองโดยไม่ต้องเย็บแผล ผู้ป่วยสามารถกลับบ้านได้โดยไม่ต้องพักฟื้นและใช้ชีวิตตามปกติ ทั้งนี้สถานพยาบาลบางแห่งที่ให้บริการรักษา ต้อกระจก ได้เลือกสรรเทคโนโลยีการสลาย ต้อกระจก ด้วยเครื่อง Infinity Ozil ที่ให้การผ่าตัดนิ่มนวลขึ้น ซึ่งสถานพยาบาลบางแห่งที่ให้บริการรักษา ต้อกระจก มีเลนส์เทียมชนิดที่มีคุณภาพดีได้มาตรฐานสหรัฐอเมริกาให้ลูกค้าด้วย ดังนั้น ผู้ป่วยโรค ต้อกระจก ก็สามารถเลือกใช้ตามคำแนะนำของแพทย์ผู้ให้การรักษา ต้อกระจก เพื่อสุขภาพของ ดวงตา ที่มีค่ามากมายมหาศาลของท่านเอง          - การรักษา ต้อกระจก ทำได้โดยการผ่าตัดนำเลนส์แก้วตาที่ขุ่นออกแล้วใส่เลนส์แก้วตาเทียมเข้าไปแทนที่ โดยวิธีการผ่าตัดที่เป็นที่นิยมในปัจจุบัน ได้แก่                   1.การสลาย ต้อกระจก ด้วยคลื่นเสียงความถี่สูง (phacoemulsification)

                  2.การผ่าตัด ต้อกระจก และฝังเลนส์เทียมโดยใช้เลเซอร์ (femtosecond laser)

การดูแล ดวงตา ดวงตา เป็นหน้าต่างของดวงใจ เพราะเราใช้ตาสื่อสารอารมณ์ภายในและ ดวงตา มีหน้าที่สื่อสารเรียนรู้ของมนุษย์ของเรามากที่สุดถึง 80 % รองลงมาเป็นการฟัง 10 % เท่านั้น ดังนั้น เราควรถนอมดวงตาเราให้อยู่กับเราตลอดชีวิต การถนอม ดวงตา เริ่มจาก          1.ระวังอุบัติเหตุที่อาจมาทำร้าย ดวงตา เช่น จากการทำงานบ้านโดยเฉพาะ เจียร์เหล็ก หรือเชื่อมเหล็ก ควรมีอุปกรณ์ป้องกันหรือใส่แว่นตากันกระแทก ที่เลนส์เป็นชนิด โพลีคาร์บอเนต เพราะมีความแข็ง ป้องกัน ดวงตา ด้วยการใส่แว่นตากันแดดที่ป้องกันรังสีอัลตร้าไวโอเลต เพราะรังสีดังกล่าวทำให้เนื้อเยื่อเสื่อมเร็ว เป็นเหตุให้เกิดการเป็น ต้อกระจก ต้อเนื้อ รวมทั้งการเสื่อมของจุดรับภาพ          2.ไม่ใช้สายตาหักโหม หรือผิดวิธี โดยเฉพาะปัจจุบันมีแหล่งข้อมูลข่าวสารมากมายที่ทำให้มีการใช้สายตาเพิ่มขึ้นและบางครั้งใช้ผิดวิธี เช่น ดูใกล้หรือแสงสว่างไม่เพียงพอ ทั้งเด็กและผู้ใหญ่ โดยเฉพาะในเด็ก อาจทำให้สายตาผิดปกติเร็ว บางรายอาจเป็นสาเหตุทำให้ตาเขได้ ถ้าผู้ใหญ่ก็อาจมีอาการปวดตาได้บ่อย หลังจากการใช้สายตา ดังนั้นเราควรใช้สายตาให้ถูกวิธี ร่วมกับการพักสายตาโดยการหลับตาหรือมองไปไกลๆ ที่สบายตา เช่น มองไปบริเวณสนามหญ้าสีเขียว ส่วนการกระพริบตาก็สามารถลดอาการ ดวงตา อ่อนล้าได้โดยจะกระจายความชุ่มชื้นของน้ำตาบริเวณผิวตาทำให้เห็นภาพคมชัด          3.หมั่นตรวจตาโดยเฉพาะถ้าอยู่ในกลุ่มเสี่ยง เช่น มีประวัติในครอบครัวมีปัญหาทางตา ได้แก่ ต้อหิน หรือ โรคตาบอดทางพันธุกรรม หรือมีโรคประจำตัว เช่น โรคเบาหวาน โรคความดันโลหิตสูง เป็นต้น ควรรับการตรวจตาอย่างน้อยปีละครั้ง เพื่อได้ทราบตั้งแต่เริ่มต้น และแพทย์จะได้แนะนำการรักษาโดยเร็ว ซึ่งผลการรักษาดีมากในบางโรค แม้ไม่มีอาการผิดปกติ เพราะบางโรคมีอาการเมื่อโรคเป็นมากแล้ว          ส่วนบุคคลที่มีอายุเกิน 40 ปี แม้ไม่มีความเสี่ยงโดยทั่วไปก็ควรตรวจ สุขภาพดวงตา และสายตา เพราะช่วงนี้เริ่มมีปัญหาสายตายาวตามอายุ ต้อหิน ต้อกระจก สูงขึ้น

เกณฑ์การตรวจตา อายุ(ปี)                         ควรตรวจตา  3 -   7              อาจตรวจตาทุกๆ 2 ปี หากการมองเห็นสองตาเท่ากัน  7 - 15              ควรตรวจตาทุก 1 ปี เพราะร่างกายเจริญเติบโตเร็ว 15 - 20             ควรตรวจตาทุก 2 ปี 20 - 40             ควรตรวจตาทุก 3 - 5 ปี >40                  ควรตรวจตาทุก 1 ปี          4.ไม่ควรซื้อยาหยอดตามาใช้เอง เพราะยาหยอดตาบางชนิด เช่น ยาแก้อักเสบกลุ่มสเตียรอยด์ ถ้าใช้โดยพร่ำเพรื่อขาดการตรวจผลแทรกซ้อนโดยจักษุแพทย์อาจทำให้เกิด ต้อหิน ต้อกระจก ได้          5.ถ้ามีอาการทางตา ที่ผิดปกติควรรีบพบจักษุแพทย์ โดยเฉพาะตามัวมืดทันที อาการปวดตามาก อาการตาแดงมาก ตาสู้แสงไม่ได้ ตาโปนบวม หรือเห็นภาพซ้อน และมีโรคตาเรื้อรัง เช่น ต้อหิน ผู้ป่วย ควรตรวจตามแพทย์นัด และหยอดยาสม่ำเสมอเพื่อให้จักษุแพทย์ทำการรักษาให้ได้ผลดี          6.ดูแลสุขภาพโดยรวมให้ดี เช่น งดสูบบุหรี่ ทานอาหารให้ครบ 5 หมู่ โดยเฉพาะผักใบเขียว ที่มีสารเบต้าแคโรทีน พักผ่อนให้เพียงพอ ออกกำลังกายให้สม่ำเสมอ ควบคุมโรคประจำตัวให้อยู่ในเกณฑ์ปกติ การทานยา หรือหยอดยาตาบางชนิดควรใช้ด้วยความระมัดระวัง  

ขอบคุณข้อมูลที่มีประโยชน์จาก - Bumrungrad International                                                  - ศูนย์รักษาตา ท็อปเจริญจักษุ

แนะนำ ผลิตภัณฑ์ดูแล สุขภาพดวงตา ชื่อ LUTHINA ผลิตภัณฑ์ที่ได้รับการยอมรับจากผู้บริโภคอย่างกว้างขวาง หากท่านมีปัญหาเกี่ยวกับ ดวงตา กรุณาดูVDO ข้างต้น


ดู 0 ครั้ง

© ลดน้ำหนัก,ลดความอ้วน,ดีท็อกซ์ ลำไส้,ดีท็อกซ์ ตับ,ดีท็อกซ์ เลือด,ดีท็อกซ์ น้ำเหลือง,สเต็มเซลล์,STEM CELL,คอลลาเจน,สายตา,หัวใจ,เส้นผม,บำรุงผม,ผิวขาว,ผิวกระจ่างใส,ผิวขาวใส,ลดริ้วรอย,ลดจุดด่างดำ