ค้นหา

ปวดเข่า เข่าเสื่อม กระดูกพรุน กับ ผู้สูงอายุ ให้ OSTO ดูแลดีจริง

ปวดเข่า ข้อเสื่อม เข่าเสื่อม กระดูกพรุน ให้ Osto ช่วยดูแลท่านดีที่สุด เห็นผลลัพธ์ดีจริง

         โดยปกติทั่วไปเมื่อมนุษย์เราเข้าสู่วัยกลางคนขึ้นไป จะเริ่มมีอาการ ปวดเข่า เวลาเดินมากๆหรือทำงานหนักมาทั้งวัน ซึ่งก็ไม่ใช่เรื่องแปลกแต่อย่างใด แต่เราจะมีวิธีการอย่างไร เพื่อไม่ให้เกิดอาการ ปวดเข่า หรือ ปวดกระดูก นี่คือประเด็น ทั้งนี้หากเป็นผู้ป่วยที่มีอาการ ปวดเข่า อาจจะเป็นเพราะ เข่าเสื่อม ตามวัย หากมาพบแพทย์ด้วยอาการดังกล่าวซึ่งโดยปกติทั่วไปก็มักจะมีปัญหาสารพัดในการเดินหรือประคองตัวให้ลุกเดิน เช่น ปวดเข่า มากๆ จนต้องหยุดงาน บ้างก็มาพบแพทย์ในสภาพที่มีคนช่วยพยุง หรือต้องตัวช่วย นั่งรถเข็นเนื่องจาก เข่า มีความสำคัญอย่างมากในการเดิน ยืน วิ่ง ซึ่งการรับน้ำหนักในส่วนเหนือเข่าขึ้นไปก็ย่อมรับแบบเต็มๆ คิดดูล่ะกันว่า หากเป็นคน อ้วน น้ำหนักตัวก็ย่อมมากตามความอ้วน อ้วน มากเท่าไหร่ก็ยิ่งทำให้น้ำหนักตัวมากเท่านั้น น้ำหนักตัวก็จะกดลงที่เข่า ก็ยิ่งจะทำให้ ปวดเข่า มากยิ่งขึ้นและโอกาสของการสึกหรอ เข่าเสื่อม หรือ ข้อเข่าเสื่อม จึงเกิดขึ้นได้ง่ายโดยเฉพาะกับคนที่ไม่ระมัดระวังการใช้เข่า

         โดยทั่วไปมนุษย์เราเมื่ออายุมากขึ้น ซึ่งมักจะอยู่ในช่วงหลังอายุ 30 ปีขึ้นไปแล้ว อวัยวะในร่างกายของเราก็จะเริ่มเสื่อมสภาพลงไปเรื่อยๆ ตามลักษณะการใช้งานในส่วนนั้นๆ ของร่างกาย ซึ่งการเสื่อมสภาพทำให้สูญเสียหน้าที่การทำงานไม่ว่าจะเป็น ระบบประสาท กล้ามเนื้อต่างๆ มวลกระดูก ข้อต่อ ข้อเข่าเสื่อม ทำให้เกิดอาการ ปวดเข่า ปวดกระดูก ซึ่งล้วนแล้วแต่เกิดจากการสึกหรอ เราจะสังเกตุเห็นว่า ข้อเข่า ของมนุษย์เราเมื่ออายุมากขึ้น ก็จะมีอาการ ปวดเข่า ให้เห็นทุกคน ยิ่งอายุมากขึ้นความเสื่อมก็จะยิ่งแสดงผลชัดเจน หลายคน ปวดเข่า เนื่องจากวัยชราจะเดินไปไหนมาไหนก็ลำบาก ทำอะไรก็ไม่สะดวกเหมือนช่วงที่ยังอายุไม่มากนัก ซึ่งก็เป็นเรื่องของธรรมชาติที่ทุกคนก็ต้องถึงจุดนั้นเหมือนกันทุกคน ซึ่ง โรคกระดูก ที่ผู้สูงอายุทุกคนจะต้องพบเจอแน่ๆ เช่น

โรคกระดูกพรุน รวมไปถึง เข่าเสื่อม หรือ ข้อเข่าเสื่อม          โดยทั่วไป โรคกระดูก เกี่ยวกับ กระดูกพรุน จะเกิดขึ้นภายในท่อนกระดูก ทั้งนี้โดยสภาพของเนื้อ กระดูกพรุน ก็จะคล้ายๆกับฟองน้ำ เนื่องจากมวลกระดูกบางตัวลงทำให้การเสริมสร้างของเนื้อกระดูกตามไม่ทันการสลายเนื้อกระดูกหาก กระดูกพรุน มากเท่าไหร่ก็ยิ่งบ่งบอกถึงความรุนแรงของโรคนั่นเอง ทั้งนี้เกี่ยวกับ โรคข้อเข่าเสื่อม นั้น ความเกี่ยวข้องกับ โรคข้อเข่าเสื่อม ก็จะมีอยู่บ้างเนื่องจากเมื่อมีอาการ ข้อเสื่อม กัดกินไปถึงเนื้อกระดูกส่วนหัว อาจยิ่งเพิ่มความสึกกร่อนลงง่ายยิ่งขึ้น ทำให้เกิดอาการเจ็บปวด การอักเสบก็จะเพิ่มขึ้น โอกาสที่กระดูกหักก็จะมากขึ้นและที่สำคัญหากเป็นเช่นนั้น เป็นการสร้างความเจ็บปวดทุกข์ทรมานไม่น้อยเลยทีเดียว การดำเนินชีวิตในแต่ละวันก็จะเจ็บปวด ทั้งหากท่านใดก็ตามที่มีทั้ง โรคกระดูกพรุน และ เข่าเสื่อม ด้วยละก็เจ็บปวดไม่เบาเลยแหละ ทั้งนี้นอกจากโอกาสที่จะเกิดการแตกหักเมื่อได้รับแรงกระแทกเวลาจะเปลี่ยน ข้อเข่า ก็จะมีโอกาสในความสำเร็จลดลงไปบ้าง โดยอาจจะมีข้อแทรกซ้อนหลังการผ่าตัดมากขึ้นด้วย เช่นกัน

จากข้อมูลที่ได้อ่านมาหลายๆ เล่มพบว่าตามปกติทั่วไปกระดูกของผู้ชายจะสะสมแคลเซี่ยม ได้ดีกว่าผู้หญิง ดังนั้นจึงแข็งแรงกว่า โดยความแข็งแรงของกระดูกขึ้นอยู่กับขนาดของกระดูกรวมทั้งความหนาแน่นด้วย แต่ความหนาแน่นก็จะขึ้นอยู่กับจำนวนแร่ธาตุในกระดูกอีกด้วย ตัวอย่างเช่น แคลเซี่ยม ฟอสฟอรัส เป็นต้น ในขณะเดียวกันยิ่งกระดูกมีแร่ธ าตุน้อยก็จะยิ่งไม่แข็งแรง และเป็นที่รับทราบกันโดยทั่วไปว่าผู้ชายวัยทองจะมีผลจากฮอร์โมนเพศชายลดลง แต่ผู้ชายจะไม่ค่อยได้รับผลกระทบจากการที่ฮอร์โมนเอสโตรเจนลดลง ซึ่งต่างจากผู้หญิงในวัยทองที่มีระดับฮอร์โมนเอสโตรเจนลดน้อยลงอย่างรวดเร็ว ทั้งนี้เกิดจากการสลายแคลเซี่ยมจากกระดูก และเพิ่มการขับแคลเซี่ยมจากอาหารในลำไส้อีกด้วย จึงมีผลทำให้เนื้อกระดูกจางลง ในเพศหญิงยิ่งอายุมากขึ้นก็จะเป็นเกี่ยวกับ กระดูกพรุน มากยิ่งขึ้น รุนแรงมากยิ่งขึ้นไปตามอายุ มีผลโดยตรงทำให้ ปวดเข่า ตลอดจน ปวดข้อต่อ ต่างๆ อีกด้วย ซึ่งเราจะเห็นทั่วไปว่าในวัยชรา ผู้หญิงจะหลังค่อมมากกว่าผู้ชาย

         ตามปกติโดยทั่วไป กระดูกของมนุษย์เราโดยธรรมชาติแล้วจะสลายและเกิดใหม่ตลอดเวลา ซึ่งในรอบหนึ่งใช้เวลาประมาณ 2-3 เดือน แต่พอมนุษย์เรามีอายุมากขึ้นทำให้การสลายจะเกิดมากขึ้นกว่าการสร้างใหม่ ซึ่ง โรคกระดูกพรุน จะมีมวลกระดูกลดลงทั้งส่วนที่เป็นเนื้อกระดูกและส่วนที่เป็นแร่ธาตุเสริมกระดูก ส่วนโรคกระดูกอ่อนนั้นเนื้อกระดูกก็ยังอยู่ปกติ เพียงแต่ส่วนแร่ธาตุเสริมเท่านั้นที่ลดลงไป โดยปกติทั่วไปการสร้างกระดูกนั้นต้องอาศัยแร่ธาตุจำเป็นหลายอย่างทั้งแคลเซี่ยม  ฟอสฟอรัส ทองแดง รวมทั้งหลอดเลือดที่จะนำพาสารอาหารไปส่งถึง สำหรับ โรคกระดูกพรุน มีจุดที่เปราะที่สุดและหักบ่อยๆ ดังนี้

         1.กระดูกสันหลัง ซึ่งมักหักทีละน้อยแบบไม่รู้ตัว และเป็นเหตุให้ผู้สูงอายุหลังค่อม และเราจะสังเกตุเห็นโดยทั่วไปว่ายิ่งอายุมากขึ้นมนุษย์เรายิ่งตัวเตี้ยลง          2.กระดูกสะโพก โดยปกติทั่วไปมักจะหักในช่วงเวลาที่เราเสียหลักหกล้ม จนเดินไม่ได้ ต้องผ่าตัด ใส่ข้อสะโพกเทียม เป็นต้น

กระดูกพรุน เกิดจากสาเหตุอะไร? มนุษย์เราเมื่อเกิดมาดำรงชีวิตอยู่ก็ย่อมมีภาวะเสื่อมสภาพเป็นไปตามอายุขัยของทุกคน คงไม่มีใครอยากแก่ ไม่มีใครอยากเจ็บป่วย แต่โดยกฎธรรมชาติย่อมหนีไม่พ้นเรื่องประเภทนี้ เอาล่ะเรามาดูกันดีกว่าอะไรเป็นสาเหตุที่ทำให้เกิด กระดูกพรุน          1.ทุกคนที่อยู่ใน วัยทอง หรือ สูงอายุ สืบเนื่องจากร่างกายของเราฮอร์โมนเพศเอสโตรเจนลดลงมากทำให้การดูดซึมของแคลเซี่ยมไม่ดี ตลอดจนการจับตัวของแคลเซี่ยมในเนื้อกระดูกไม่สมบูรณ์ ซึ่งในเพศชายหากฮอร์โมนเพศชายต่ำก็เป็นสาเหตุ ของ กระดูกพรุน กระดูกหักจาก กระดูกพรุน เกิดในผู้ชายประมาณ 1 ใน 3 ของผู้ป่วย โรคกระดูกพรุน           2.เกิดจากการที่เราบริโภคอาหารได้ไม่ครบ 5 หมู่ ทำให้ร่างกายขาดสารอาหารที่จำเป็นสำหรับการเสริมสร้างกระดูก ไม่ว่าจะเป็นสารอาหารจำพวก โปรตีน แคลเซี่ยม ฟอสฟอรัส ทองแดง รวมทั้งวิตามินซี ตลอดจนเรื่องเกี่ยวกับภาวะลำไส้ดูดซึมไม่ดี ล้วนแล้วมีโอกาสที่ทำให้เกิด กระดูกพรุน ทั้งสิ้น          3.กระดูกพรุน เกิดจากการที่มนุษย์เราบริโภคอาหารที่มีฟอสฟอรัสสูง ซึ่งจะไปเร่งการสลายแคลเซี่ยมจากกระดูก อาทิเช่น ข้าวขาว แป้งขาว น้ำอัดลม กาแฟ สุรา น้ำโซดา ไม่ควรบริโภคมากเกินไป โดยเฉพาะน้ำอัดลมซึ่งเป็นอะไรที่ผู้คนจากทั่วโลกนิยมดื่มกันเหลือเกิน          4.ผู้ที่นั่งอยู่กับที่นานๆ ซึ่งอาจจะเป็นเพราะหน้าที่การงานที่จำเป็นต้องทำให้ต่อเนื่อง หรือแม้กระทั่งการนอนบนเตียงนานๆ ไม่ได้ขยับเขยื้อนเคลื่อนไหว ไม่ชอบออกกำลังกาย สิ่งเหล่านี้ทำให้ขาดแรงกดต่อกระดูก จึงเป็นสาเหตุหนึ่งที่ทำให้เกิดภาวะของ กระดูกพรุน รวมทั้งยังเกิดความเสี่ยงต่อการพลัดตกหกล้มซึ่งก็จะทำให้กระดูกหักได้เช่นกัน เนื่องจากกล้ามเนื้อไม่แข็งแรง ก็เป็นเรื่องปกติ หากร่างกายไม่ได้รับการเคลื่อนไหวมากนัก ขาดการออกกำลังกายร่างกายก็ย่อมอ่อนแอเป็นธรรมดาอยู่แล้ว          5.ผู้ที่มีโครงกระดูกเล็ก รูปร่างผอม ซึ่งอาจรวมถึงพันธุกรรมด้วย          6.ร่างกายได้รับยาบางชนิด เช่น ยาที่ส่วนผสมของจำพวกสเตียรอยด์ ยาลดกรด ยากันชัก ยาขับปัสสาวะ เป็นต้น          7.เป็นโรค ข้ออักเสบ รูมาตอยด์ หรือ เคยกระดูกหักจาก กระดูกพรุน มาก่อน          8.ป่วยเป็นโรคที่เกี่ยวกับต่อมไร้ท่อ เช่น โรคไฮเปอร์ไทรอยด์ หรือไฮเปอร์พาราไทรอยด์ หรือ เบาหวาน หรือโรคต่อมหมวกไตผลิตฮอร์โมนไม่พอ หรือภาวะฮอร์โมนเพศชายต่ำ          9.ป่วยเป็นโรคทางโลหิตวิทยา เช่น ธาลัสซีเมีย มะเร็งเม็ดเลือด มะเร็งต่อมน้ำเหลือง เป็นต้น            เมื่อเรารู้แล้วว่าอะไรเป็นสาเหตุที่ทำให้เราป่วยเป็นโรค กระดูกพรุน หากท่านเป็นบุคคลคนหนึ่งที่รักสุขภาพ จำเป็นอย่างยิ่งที่จะต้องดูแลสุขภาพของท่านอย่างดียิ่ง ซึ่งผู้เขียนขออนุญาตไม่แนะนำให้ท่านทานยาปฎิชีวนะเพราะยาปฎิชีวนะบางชนิดมีส่วนผสมของจำพวกสเตียรอยด์ ซึ่งก็เป็นหนึ่งในสาเหตุของการเกิด กระดูกพรุน เช่นกัน ผู้เขียนแนะนำให้ทาน ผลิตภัณฑ์เสริมอาหาร จากบริษัท Masterpiece Life Vision จำกัด ชื่อ Multi Enzyme ( มัลติ เอนไซม์ )และ Osto ซึ่ง ผลิตภัณฑ์มาสเตอร์พีซ ทั้ง 2 ชนิดเป็นผลิตภัณฑ์ที่ใช้แล้วเห็นผลลัพธ์ดีจริง และเป็นที่ นิยมอย่างกว้างขวางทั้งในประเทศและต่างประเทศ

เราจะรู้ได้อย่างไรว่าตัวเราเองกำลังเป็นโรค กระดูกพรุน          โดยปกติทั่วไปมนุษย์ทุกคนเมื่อเข้าสู่วัยสูงอายการเป็น โรคกระดูกพรุน จึงไม่ใช่เรื่องแปลกซึ่งก็มีให้เห็นโดยทั่วไปเป็นปกติอยู่แล้ว เมื่อท่านเป็นโรค กระดูกพรุน บางท่านมักจะไม่แสดงอาการผิดปกติ ทั้งนี้ในวัยผู้สูงอายุท่านก็จะรู้สึกว่าฟันเปราะหักง่ายกว่าปกติ หลังโก่ง บางรายมีอาการ ปวดเข่า ปวดกระดูก ปวดหลัง ซึ่งอาจเป็นอาการของโรค กระดูกพรุน อาจจะพูดได้ว่าเป็นเรื่องปกติทั่วไปของวัยผู้สูงอายุ นั่นเอง

         ทั้งนี้ ตามมาตรฐานขององค์การอนามัยโลก การวินิจฉัยเกี่ยวกับโรค กระดูกพรุน จะใช้วิธีวัดความหนาแน่นของมวลกระดูกด้วยวิธีเอกซเรย์ระบบ DEXA โดยจะอ่านความหนาแน่นของมวลกระดูกออกมาเป็นทีสกอร์ ซึ่งเป็นค่าความหนาแน่นกระดูกที่เบี่ยงเบนไปจากค่ามาตรฐานของคน ปกติที่อยู่ในวัยหนุ่มสาว

จะดูแลสุขภาพเกี่ยวกับโรคกระดูกพรุน อย่างไร? ท่านคงทราบสาเหตุต่างๆ ที่ทำให้เป็น โรคกระดูกพรุน ตามข้อความดังกล่าวข้างต้นแล้วนั้น คนเราทุกคนร่างกายย่อมเสื่อมสภาพไปตามวัย แต่ก็ไม่ได้หมายความว่าจะไม่มีทางดูแลกระดูกและร่างกายอื่นๆให้มีสุขภาพที่แข็งแรงได้ บริษัท Masterpiece Life Vision จำกัด มีผลิตภัณฑ์ที่ใช้แล้วเห็นผลลัพธ์ดีจริง ปัจจุบันได้รับการยอมรับจากผู้ใช้ผลิตภัณฑ์จำนวนมากทั้งในประเทศและต่างประเทศ นั่นคือ Multi Enzyme และ Osto กรุณาคลิกดูรายละเอียดด้านล่างนี้ 

OSTO กับ อาหารบำรุงเข่า โดยปกติทั่วไป อาหารบำรุงเข่า หลังจากผ่าตัดและอาหารสำหรับผู้ป่วย เข่าเสื่อม ที่ไม่ได้ผ่าตัดจะคล้ายๆ กัน โดยปกติแพทย์จะแนะนำให้รับประทานอาหารให้ครบ 5 หมู่ เน้นผักผลไม้ในสัดส่วนที่มากขึ้นเพื่อให้ร่างกายได้รับวิตามินและเกลือแร่รวมทั้งสารต้านอนุมูลอิสระที่เพียงพอ ที่ไม่ควรทำเป็นอย่างยิ่งคือ ต้องล้างให้สะอาดปราศจากยาฆ่าแมลง แต่ต้องยอมรับว่าการรับประทานอาหารให้ครบ 5 หมู่ เพื่อให้ได้สารอาหารที่เป็นประโยชน์ในเรื่องเกี่ยวกับบำรุงเข่า จริงๆ นั้น เป็นเรื่องที่ยากยิ่งกว่าเข็ญครกขึ้นภูเขาเพราะไม่มีใครที่จะสามารถรับประทานอาหารให้ครบ 5 หมู่ ในแต่ละมื้อได้อย่างแน่นอน และต้องรับประทานต่อมื้อกี่กิโลกรัมถึงจะเพียงพอต่อความต้องการของร่างกายและคงไม่ใช่เรื่องง่ายๆที่ผู้ป่วยแต่ละคนจะรู้-เข้าใจว่าควรรับประทานผักผลไม้ชนิดใดบ้าง แนะนำให้รับประทาน ผลิตภัณฑ์ บำรุงกระดูก ชื่อ OSTO " ออสโต้ "ดีที่สุด เห็นผลลัพธ์ดีจริง OSTO " ออสโต้ "เป็นผลิตภัณฑ์สำหรับดูแล ระบบข้อต่อและกระดูก โดยเฉพาะ และได้รับการตอบรับจากผู้ป่วยเกี่ยวกับ ปวดเข่า ปวดกระดูก ข้อเสื่อม เข่าเสื่อม บางคนเดินแทบไม่ได้มีปัญหาในการดำรงชีวิตประจำวันเป็นอย่างมากต้องทนทุกข์ทรมานกับความเจ็บปวดด้วย ปวดเข่า ปวดกระดูก ข้อเสื่อม เข่าเสื่อม บางคนเป็น นิ้วล็อค แต่พอรับประทาน OSTO " ออสโต้ "เพียงไม่กี่กล่องอาการเจ็บปวดก็เริ่มดีขึ้นตามตัวอย่างผู้ใช้ผลิตภัณฑ์ บำรุงกระดูก OSTO " ออสโต้ "ที่ปรากฎบนVDO นั้น

ดู 0 ครั้ง

© ลดน้ำหนัก,ลดความอ้วน,ดีท็อกซ์ ลำไส้,ดีท็อกซ์ ตับ,ดีท็อกซ์ เลือด,ดีท็อกซ์ น้ำเหลือง,สเต็มเซลล์,STEM CELL,คอลลาเจน,สายตา,หัวใจ,เส้นผม,บำรุงผม,ผิวขาว,ผิวกระจ่างใส,ผิวขาวใส,ลดริ้วรอย,ลดจุดด่างดำ